Readme

สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์
ผมเดินออกจากจุดตรวจบัตรโดยสารด้วยความทุลักทุเล
กับกระเป๋าใบหนาๆใบเดิม
ผู้คนที่ลงรถที่สถานีนี้ นอกจากคนไทยแล้ว ดูๆไปก็มีหลายเชื้อชาติอยู่
ทั้งฝรั่ง ญี่ปุ่น แขก หรือแม้แต่พวกที่ดูไม่ออกว่าเป็นคนไทยแต่แกล้งเป็นฝรั่งหรือเปล่า(ฟระ)
เหตุใดก็ไม่รู้ ที่นี่จึงมีคนมาปนๆกันได้ขนาดนี้

ผมเดินไปยังทางออก ที่ยื่นยาวออกไปขนานกันเอ็มโพเรี่ยม
ลานกิจกรรมด้านล่างดูครึกครื้น เป็นประจำของสังคมเมือง
ไม่รู้ว่าคุณนักข่าวช่องสามบางคนจะมานอนเลื้อยๆอยู่ข้างล่างนั่นหรือเปล่านะ
ช่างเถอะ รีบๆเดินไปบ้านเพื่อนดีกว่า กระเป๋าหนักใช้ได้นะเนี่ย...

ทางเดินเชื่อมของรถไฟฟ้าที่นี่ มีร้านขายของอยู่ริมด้านหนึ่งติดกันเป็นแถบๆ
ทั้งร้านขายของที่ระลึก ร้านขายขนมปัง ร้านขายเสื้อผ้า
และร้านขายหนังสือมือสอง...
ผมหยุดดูที่บางส่วนของร้าน ที่ชั้นวางนั้นวางการ์ตูนลิขสิทธ์ฉบับภาษาญี่ปุ่นอยู่มากมาย
บางเล่มก็มีตีพิมพ์ในไทยแล้ว บางเล่มก็ไม่มี อย่างเช่น Pluto ของคนเขียนเรื่อง 20th Century boy
เหมือนกำลังมองดูอนาคตอยู่เลยแฮะ......

ผมหยิบหนังสือการ์ตูนมาสองเล่ม แม้ว่าผมจะอ่านไม่ออก
แต่ผมซื้อเพราะเป็นแฟนการ์ตูนเรื่องนี้อยู่อย่างเหนียวแน่น(เนี๊ยว)
และตรงที่เคาน์เตอร์จ่ายเงินของร้านนั้นนั่นเอง.....ที่ผมได้เจอกับ.....

สาวยุ่นน่ารัก!!
ผมพบกับนางฟ้าเชื้อสายญี่ปุ่นครับ!!!

" いらっしゃいませ!"เธอพูดต้อนรับผม....
ผมแอบนิ่ง มองหน้าเธออยู่ 2 วินาทีได้ แล้วจึงได้สติส่งหนังสือไปให้เธอ
เธอกดเครื่องคิดเงิน กึกกัก กึกกัก ส่วนผมนั้นไม่ได้ดูตัวเลขที่เครื่องคิดเงินเลย
ผมมองแต่หน้าเธอ....
เธอมีโครงหน้าเล็กเรียวได้รูป ตาชั้นเดียว ปากนิดจมูกหน่อย
ซึ่งดูรวมๆแล้ว เธอดูเป็นคนญี่ปุ่นได้เลย 100%!!

"@$#%$#@#$*&*$%" เธอพูดอีกครั้งเป็นภาษาญี่ปุ่น
คงจะพูดประมาณว่า "หนังสือคุณราคาแปดแสนห้า จะจ่ายไหมคะ?"
ถ้าผมจะต้องจ่ายสักล้าน เพื่อให้เราได้มองหน้ากันนานขึ้นอีกสักวินาที ผมก็ยอมครับ...
แหวะ.....
ผมจ่ายเงินไปให้เธอ แล้วรับถุงหนังสือกลับมา เธอหยิบเงินไปแล้วกดเอาตังค์ทอนกลับมา
"@$#%@#$$#$#@#$*&*$%" เธอพูดอีกแล้ว เป็นภาษาญี่ปุ่นเหมือนเดิม
คงจะพูดประมาณว่า "รับสเลอปี้ด้วยไหมคะ? โอกาสหน้าเชิญใหม่ค่ะ" อะไรประมาณนี้ละมั้ง

หลังจากวันนั้น ทุกครั้งที่ผมไปบ้านเพื่อนแถวนั้น ผมก็มักจะผ่านร้านหนังสือเป็นประจำ
อย่างหนึ่งก็คือ ผมจะไปดูหนังสือ อีกอย่างหนึ่งก็แน่นอนนั่นหละ
ผมอยากเห็นหน้าเธอ......
แต่บางครั้งเธอก็ไม่ได้มาประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์ กลายเป็นอีกคนที่เข้ามาแทน
สงสัยจะมาผิดวันนะเรา...
หลายครั้งที่ผมเดินผ่าน และแอบชายตามองดูเธอ
และบางครั้งที่เธอเงยหน้ามาสบตากับผม และผมเองที่กลับหันหน้าเบือนหนีเธอโดยไม่รู้สาเหตุ
ผมเป็นอะไรกันแน่?.... หรือว่าผม.....

สถานีรถไฟฟ้าพร้อมพงษ์
ผมเดินออกจากจุดตรวจบัตรโดยสารด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
เพราะวันนี้ เป็นวันที่เธอจะมาทำงาน และผมคิดว่าผมจะบอกชอบกับเธอ...
เผื่อว่าผมจะโชคดีกับเขาบ้าง
แต่ผมจะบอกอย่างไรให้เธอรู้ หากว่าเธอพูดไทยไม่ค่อยเก่งจริงๆ? ง่ายจะตายไป
ผมก็บอกเป็นภาษาญี่ปุ่นสิ ผมก็พอรู้น่า ว่าคำว่า "ชอบ" ในภาษาญี่ปุ่นน่ะอ่านได้ว่า

"ซึคิ"

สั้นๆ ง่ายๆ และหวังว่าเธอคงเข้าใจได้ไม่ยากละนะ


ผมหยุดอยู่ตรงทางเดิน ลองมองไปที่เคาน์เตอร์ เธอนั่งอยู่ตรงหน้าเคาน์เตอร์ตัวเดิม
มีลูกค้าคนเดียว กำลังยืนเลือกหนังสืออยู่
เป็นโอกาสที่ดีแล้ว ผมตั้งสติอยู่ 5 วินาที
จึงได้ก้าวเท้าไปหาเธอ....

หนังสือเล่มหนึ่ง ถูกยื่นให้กับนางฟ้าคนนั้น
เธอหันมารับหนังสือ พร้อมกับมองมาที่เจ้าของหนังสือ

"ซึคิ..."

เสียงพูดดังขึ้น ดังพอที่จะได้ยินอยู่ในบริเวณนั้น
แต่ไม่มีใครหยุดฟัง ไม่มีใครเข้าใจ
ส่วนตัวผมหยุดนิ่ง และกำลังแปลกใจ คงเป็นเช่นเดียวกับเธอที่นิ่งเหมือนกัน

แต่ผมไม่ได้พูดคำนั้น!!

ลูกค้าคนที่เลือกหนังสืออยู่นั่นเอง เขาพูดก่อนที่ผมจะถึงเธอ เพียงแค่สองก้าว
แค่สองก้าวเท่านั้น
"อ่า...." เธอเริ่มออกเสียง
"พูดไทยก็ได้ค่ะ" เธอพูด ชัด มาก มากกก
"เอ่อ ครับ ...ผมนึกว่าคุณพูดไทยไม่ได้ซะอีก" ลูกค้าคนนั้นพูดพร้อมกับทำท่าอายๆ
"อิอิ 125 บาทค่ะ" เธอพูดและยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร ดูท่าเธอจะชอบนายคนนี้เข้าแล้วสิแฮะ
ทำไมนะ... ผมไม่เดินเข้าไปเร็วกว่านี้อีกสัก 5 วินาทีนะ....

ผมเดินผ่านร้านหนังสือมือสองร้านเดิม เห็นเธอกำลังนั่งจัดหนังสือ
.....ช่วยกันจัดกับลูกค้าคนนั้น ที่อัพสถานภาพของเค้าเป็นผู้ช่วยไปเสียแล้ว
ส่วนผมก็ได้แต่เดินไปตามทางเชื่อม ที่ขนานกับเอ็มโพเรียม
มองเห็นลานกิจกรรมที่แสนเงียบเหงา ไร้ผู้คน
เดินผ่านเรื่องราวรอบตัวไป
เหมือนทุกวันอีกวันหนึ่ง... ที่ดำเนินผ่านไป

แปะรูปก่อง

MASKED RIDER KABUTO [L]! !

ไรเดอร์คาบูโตะครับ โลลิค่อนโหมด
บางคนอาจจะไม่รู้จัก บางคนอาจจะรู้จัก ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ซีเรียสเรื่องนี้
เอามาแปะไว้ประดับบล็อคเล่นๆ นานๆจะวาดแล้วรู้สึกรับได้สักรูปนึง - -"
ตัวต่อไป ไรเดอร์ซาบี จะตามมาครับ....

ดูๆไป เหมือนมิคุรุจังใส่ชุดคาบูโตะเลยแฮะ...

รถเมล์จอดที่ป้ายรถเมล์ ชายหนุ่มเดินลงจากรถเมล์
แล้วรีบวิ่งเข้าไปที่ใต้ร่มของป้าย ซึ่งมีคนยืนอยู่ไม่มาก
วันนี้ก็เป็นวันที่ฝนตกอีกวัน ตกหนักเสียจนเดินฝ่าฝนออกไปไหนไม่ได้
ตอนขึ้นรถมันยังไม่ตกแรงขนาดนี้นี่หว่า....
ชายหนุ่มยืนรอดูท่าทีของฝน ร่วมกับคนที่ประสบชะตากรรมเดียวกันอีก3คน
ไม่นาน...
มีรถจักรยานมาจอดที่ป้าย ผู้ชายตัวสูงโย่งคนหนึ่งโบกมือทัก พร้อมรับร่มจากคนที่ขี่
แล้วก็ซ้อนจักรยานหายลับไป
ชายอีกคนที่ตัวไม่เปียก วิ่งฝ่าฝนไปยังรถเมล์ที่มาจอดตรงป้าย
ตัวของเขาเริ่มเปียกได้ที่เมื่อผ่านประตูรถเมล์เข้าไป แล้วรถเมล์ก็วิ่งผ่านไปตามทางของมัน
ยังคงเหลือแต่ชายหนุ่มที่โชคร้าย กับหญิงสาวที่โชคร้ายเช่นกัน
ทั้งสองคนไม่รู้จักกัน จึงมิได้มีคำใดๆหลุดออกมา
ชายหนุ่มแกล้งทำหันหน้าไปมองหญิงสาว ท่าทางเธอจะรออะไรบางอย่างอยู่เช่นกัน
รถเมล์? รอเพื่อนมารับ? หรือว่า รอฝนหยุดตก เพื่อที่จะเข้าไปข้างในเหมือนผมกันแน่นะ?
ไม่มีความแน่ใจในความคิดของชายหนุ่ม เรื่องหลักในหัวเขาตอนนี้คือเมื่อไหร่มันจะหยุดตกกันนะ...
5 นาทีผ่านไป ฝนก็ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ทุกอย่างตรงนั้นเงียบงัน
มีเพียงเสียงฝนที่คอยส่งเสียงไม่ให้ทั้งสองคนเหงาเท่านั้น
และแล้ว ชายหนุ่มก็ตัดสินใจ
"ฮัลโหล เอ้อ มีร่มไหม? อืม..อยู่ข้างหน้านี่แหละ อาฮะ ขอบคุณๆ"
เขาโทรศัพท์ไปหารุ่นน้องที่อยู่ข้างใน อีกไม่นานเขาจะได้เข้าไปข้างในแล้ว
"แล้ว... เธอคนนี้ล่ะ จะทำยังไงดี?" เขาคิดในใจ เพราะผู้ร่วมชะตากรรมเดียวกันกับเขาก็ยังอยู่อีกคน
"ถ้าเรา... ชวนเธอเข้าไป... ก็น่าจะดีนะ.."เขาคิดในใจอีกครั้ง คราวนี้ดูแฝงเลศนัยพิลึก
"อาจจะได้คุยกันก็เป็นได้..."อีกครั้งกับการคิดในใจที่มีเลศนัย อืม แต่ก็ไม่ได้เลวร้ายเท่าไหร่ละนะ
เขามองไปข้างใน
รุ่นน้องคนนั้น เดินออกมาจากอาคาร เขามองเห็นร่มที่รุ่นน้องกางอยู่
กับร่มอีกคันในมือ....
"เข้าล็อคเป๊ะ! อย่างนี้ก็น่าจะชวนเธอเดินไปด้วยกันได้!!" คิดในใจนะครับ
"แต่ว่า เธอจะเข้าไปข้างในหรือเปล่านะ? บางทีเธออาจรอรถเมล์อยู่ก็ได้"
หญิงสาวหันมองผ่านชายหนุ่ม ท่าทางเร่งรีบอยู่ไม่น้อยเช่นกัน...
"ถ้า.. ถ้าเราแค่ถามว่า คุณจะเข้าไปข้างในหรือเปล่าครับ ก็น่าจะโอเคละนะ"
"เอาสิ ถามเลย ถามเลย"
แต่ทว่า...
ชายหนุ่มไม่มีความกล้าขนาดนั้น เขาพยายามจะพูดออกไปหลายที
แต่ไม่รู้ว่าส่วนใดของร่างกาย ที่ดึงรั้งเขาไม่ไห้พูดออกไปได้
เขาหันกลับไปดูรุ่นน้องของเขา.... อีก 100เมตรเท่านั้น
"ถามสิ ถามสิ.... ถามเค้าสิ" ชายหนุ่มพยายามอีกครั้ง แต่ก็ไม่เป็นผล
"รอให้ร่มมาถึงนี่ก่อนก็ได้นี่นา แล้วค่อยถามเค้าว่าจะไปด้วยไหม อืม ใช่แล้วๆ"
แผนการณ์ที่สองเริ่มก่อกำเนิด พร้อมกับแผนการณ์ที่สองของใครอีกคนที่ก่อกำเนิดขึ้น
อีกไม่ไกลแล้ว รุ่นน้องจะถือร่มเข้ามาถึงที่ป้ายรถเมล์นี้
เขาแอบหันไปมองหญิงสาวอีกครั้ง...
เธอไม่อยู่แล้ว!!!
เขาหันกลับไปอีกด้านหนึ่ง หญิงสาววิ่งผ่านด้านหลังของเขา แล้วฝ่าสายฝนออกไป
สวนทางกับรุ่นน้องของเขาที่กำลังเดินมาอย่างลอยชาย
ชายหนุ่มอึ้ง... แล้วรีบวิ่งออกมาจากป้ายรถเมล์ วิ่งมาหารุ่นน้อง
"โหพี่ ไม่ต้องรีบมาก็ได้ เดี๋ยวก็ถึงแล้ว"
"มะ.. ไม่ใช่... คือ..." ไม่ทันแล้ว เธอวิ่งสุดแรงเพราะกลัวว่าจะเปียกฝนหนักกว่านี้
ชายหนุ่มกางร่ม แล้วเดินเข้าไปด้านในอย่างช้าๆ
สายตาได้แต่มองหญิงสาวที่กำลังวิ่งฝ่าสายฝนไปอย่างลำบากลำบน
ชายหนุ่มเหม่อ แล้วหันไปถามกับรุ่นน้องที่อยู่ข้างๆว่า...

"เฮ้ย... มึงเคยทำความรักหลุดลอยไปไหมวะ?..."



Tongy Tongy15
View full profile