Love



นานมาแล้ว...
มีผู้หญิงสีชมพู กับผู้ชายสีฟ้าวิ่งอยู่ด้วยกัน
ผู้หญิงกำลังวิ่งหนีผู้ชาย ส่วนผู้ชายกำลังวิ่งไล่ตามผู้หญิงที่ตัวเองหลงรัก
แต่ก็วิ่งไม่ทันเสียที
ทั้งสองวิ่งอยู่แบบนี้มานาน นานพอที่จะรู้ถึงนิสัยของอีกคน
มีคำถามเกิดขึ้นมาว่า สองคนนี้ ใครที่จะเหนื่อยกว่ากัน?
....
อาจจะดูว่าผู้ชายที่วิ่งตามเท่าไหร่ก็ไม่ทันเช่นนี้จะเหนื่อยกว่า
แท้จริงแล้ว...
ผู้หญิงสีชมพูจะเหนื่อยกว่าผู้ชายสีฟ้า
เพราะผู้ชายสีฟ้า วิ่งโดยมีจุดหมายที่มองเห็นอยู่ คือผู้หญิงสีชมพู
แต่ผู้หญิงสีชมพู กลับไม่เห็นจุดหมายอะไรเลยที่จะทำให้ผู้ชายสีฟ้าเลิกวิ่งตาม
เธอจึงรู้สึกเหนื่อยมากๆ ในการวิ่งแบบไม่มีจุดหมายปลายทางเช่นนี้
และผู้ชายสีฟ้าก็มิได้นึกถึงความเหนื่อยยากของคนที่ตัวเองรัก
ทำให้การวิ่งของทั้งสองคนมีความรู้สึกที่ไม่ตรงกัน
....
และวันหนึ่ง
ผู้ชายสีฟ้าก็เริ่มนึก แต่ไม่แน่ใจว่าเขานึกถึงผู้หญิงหรือ..นึกถึงตัวเอง
ผู้ชายสีฟ้าเริ่มค่อยๆ ลดฝีเท้าลงมาเป็นเดิน
ผู้หญิงสีชมพูสังเกตได้ถึงความเปลี่ยนไปของผู้ชายสีฟ้า
จึงหันกลับไปมองเป็นระยะๆ
ไม่นานนัก
ผู้ชายสีฟ้าก็หยุดเดิน
ผู้หญิงสีชมพูก็หยุดเดินด้วย
ทั้งสองมองหน้ากัน
ไม่มีใครที่จะเอ่ยปากอะไรออกมา
ทั้งสองสื่อสารกันโดยไม่ต้องพูด
โดยการคิดถึงความคิดของอีกฝ่ายหนึ่ง
โดยไม่สนใจว่าจะเป็นความคิดที่ถูกต้องหรือไม่
และแล้วกระบวนการคิดของแต่ละฝ่ายก็จบลง
แต่ไม่มีใครเคลื่อนไหว หรือเอื้อนเอ่ยสิ่งใดๆ
มีเพียงสายตาของทั้งสองคนมองกันไปมาเช่นเดิม
ครู่ใหญ่ผ่านไป..
ผู้หญิงสีชมพูหันหน้ากลับไป
กลับไปเดินตามทางของเธอเช่นเดิม
ผู้ชายสีฟ้ายิ้มนิดๆ
และหันหลังกลับไปเดินตามเส้นทางของตนเช่นเดิม
แล้วจากนั้น
ทั้งสองก็เดินต่อไปอย่างมีความสุข

"ลูกแก้ว"
สาวน้อยที่อยู่ในรูปด้านบนนี้ เธอชื่อว่าลูกแก้วครับ
และนี่ก็เป็นรูปที่ผมวาดมาจากรูปที่เธอให้ผมมารูปแรก...

ลูกแก้วเป็นน้องรหัสของผมคับ ปกติผมจะเรียกว่า "น้องลูกแก้ว"
แต่ตอนนี้โดนห้ามเรียกว่าน้องแล้ว เพราะผมถูกระงับสิทธิ์การเป็นพี่ไปซะแล้ว
ดังนั้นก็เลยจะขอเรียกว่า ลูกแก้ว เฉยๆ นะครับ

ลูกแก้วกับผมนั้นได้เจอกันจริงๆ ก็ตอนเค้าอยู่ปี 2 ส่วนตัวผมนั้นอยู่ปี 6 กำลังแก่ได้ที่เลย
วันนั้นเธอมาขอให้ผมช่วยสอนทำ Cad ให้หน่อย(โปรแกรมเขียนแบบอ่ะคับ)
ผมก็ไม่ได้ปฎิเสธอะไร เพราะก็ว่างๆอยู่พอดี
ตอนนั้นสิ่งของสิ่งแรกที่ลูกแก้วให้ผมก็คือ "น้ำแอปเปิ้ล UFC แบบกระป๋อง"
แต่ตอนนั้นคงถือว่าเป็นสินบนไปอะนะสำหรับงานสอนแคด
แต่ไปๆมาๆยังไงไม่รู้ กลายเป็นว่าได้ไปช่วยกันเขียนแคดให้มันเสร็จทั้งสองคนเลย(ซะงั้น)
นั่นก็คือจุดเริ่มต้นของการได้รู้จักกันจริงๆ เพราะคืนนั้นนั่งคุยกันทั้งคืนเลย
แบบว่ากัวอีกคนจะหลับไปก่อน หลับไปละตายแหง๋....
ซึ่งทำให้ผมได้พอรู้จักนิสัยของเธอมากขึ้นจากเดิมครับ
ผมว่าเค้าเป็นเด็กนิสัยดี ยิ้มเก่ง และก็พูดเพราะ พูดกะผมนี่ เกือบจะมี ค่ะ ทุกคำเลย
มารยาทดี มั่กๆ
ประกอบกับ ตัวเธอเป็นคนตัวเล็กๆ เวลาเดินมันดูด๊องแด๊งไปๆมาๆอ่ะ น่ารักดี
นั่นหล่ะครับ แบบที่ผมชอบเลย
วันถัดมานั่นเอง ที่ผมไปบอกเธอว่าผมชอบเธอ เธอดูอึ้งๆเบลอๆนิดหน่อย
ไม่รู้สินะ ก็คงตกใจละมั้ง มันรวดเร็วเหลือเกินนี่
ไม่เอาแล้วหล่ะสำหรับการแอบชอบเหมือนที่ผ่านๆมา ผมเปลี่ยนนิสัยไปแล้วจากเดิม
บอกไปเลยแบบนี้สิ ลุ้นดี....อิอิ

จากนั้นผมกับเธอก็คุยกันอยู่บ่อยๆ จนเริ่มเป็นกิจวัตร
และมีครั้งหนึ่ง เธอก็เอาของสิ่งที่สองมาให้ผม
มันคือ "เชือกผูกข้อมือ" สีออกน้ำตาลอมเหลือง
ผมรับมัน และใส่ติดอยู่บนข้อมือด้านขวาตลอด จากที่ไม่เคยจะใส่อะไรบนข้อมือเลย...
กลายเป็นผมใส่มันได้เป็นเดือนๆ
ตอนนั้นเอง เชือกผูกข้อมือก็ได้กลายเป็นสมบัติล้ำค่าประจำตัวของผม
แต่เจ้านี่ก็ใช่ว่าจะคงทนหรอกนะ มันก็เสื่อมสลายไปได้เหมือนกัน
ครั้งแรกที่ผมต้องถอดมันออก ก็ตอนที่ผมบวช แต่ก็บอกเธอให้ฝากหาซื้ออันใหม่ให้หน่อย
เธอก็โอเค
เมื่อสึกออกมา เธอบอกว่ายังหาซื้อมาใหม่ไม่ได้ ผมก็รู้สึกโล่งๆมือ
พอไปเจอเชือกแบบเดียวกันเข้า เลยซื้อมาก่อนเลย
ปรากฎว่าซื้อมาชนกันซะอีก....
หลังจากนั้น ผมก็เคยทำมันหายระหว่างทาง ผมร้อนใจมาก เดินตามทางที่เดินกลับมา
เผื่อว่ามันจะตกอยู่ แต่ก็ไม่มี จนผมต้องไปหาซื้อมาใหม่อีกอันที่สีเหมือนกัน
จนสุดท้าย ผมก็ต้องไปขอเชือกผูกข้อมือ อันที่ผมแลกกับเธอไปมาใส่ซะได้
ก็มันไม่มีขายแล้วนี่นา....

ระหว่างผมกับเธอก็มีเรื่องขัดข้องใจกันอยู่เรื่อยๆ แต่มันก็ผ่านไปด้วย..เอ่อ
ถือว่าผ่านไปด้วยดีละกันน่ะ... ส่วนมากก็คงเป็นเรื่องที่ผมเองนั้นยังไม่เข้าใจเธอดี
ถึงแนวทางที่เธอกำหนดไว้ ซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคลที่พึงกระทำ
บางเรื่องก็เป็นเรื่องใหญ่ หรือบางเรื่องเป็นเรื่องเล็กๆแต่ผมก็ดันทำผิดอยู่บ่อยครั้ง
แต่เธอก็อภัยให้ผมมาทุกครั้ง มากเกินกว่า 4 ครั้งเสียด้วยซ้ำไป
ครั้งหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำให้ผมเกิดความรู้สึกที่ว่า ความเชื่อมั่นในตัวเธอลดน้อยลง
จนใจมันสั่น แทบจะร้องไห้ออกมาอยู่เหมือนกันละนะ
แต่ครั้งนั้นก็ทำให้ผมได้รู้สึกถึงตัวเองว่าตอนนี้น่ะ ผมไม่ได้ชอบเธอแล้ว...
ผมรักเธอเข้าเสียแล้ว!!....

รักนะ คิดถึงนะ ผมพูดกับเธออยู่บ้าง แต่ก็หลายครั้งพอดู
ก็เหมือนตอนที่ผมบอกว่าชอบเธอนั่นแหละ
ผมคิดยังไง ผมก็บอกออกมาเฉยๆตอนนั้น
จนเธอก็งงไปเหมือนกันว่าจะพูดอะไรนักหนากัน
เดาทางถูกว่าจะพูดอะไรได้ตั้งกะเมื่อประโยคตะกี้แล้ว
เอาน่า อย่างน้อยแล้วไอ้ที่ผมพูดไป มันก็รู้สึกอย่างนั้นจริงๆนี่นา
อีกอย่าง หากถึงเวลาที่ผมพูดคำว่ารักกับเธอไม่ได้อีกแล้วละก็...
ถึงตอนนั้น ผมคงจะไม่เสียใจ เพราะว่าผมก็ได้บอกความรู้สึกของตัวเองออกไปหมดแล้ว
มันดีกว่าที่ไม่ได้พูดละจิงมั้ย...

1.คุณหมีเก็ตเตอร์ที่ผมลงสี วางเรียงกับหมีของแท้อีก6ตัว
1.อัลบั้มรูปพร้อมเสียงเพลง รูปเกือบเต็มแล้ว
2.โมเดลลูกแก้วครึ่งตัว แม้จะไม่เหมือนเท่าไหร่ก็เหอะ
2.ตุ๊กตาคุณหมีชุดทหาร ตอนนี้มันยังนั่งเฝ้าโต๊ะของผมอยู่ทุกวี่ทุกวัน
3.โหลแก้วใส่ตุ๊กตาสีฟ้า กับสีชมพู
4.เจ้าลาเต้ หมาแก่สีเทาที่ขนนุ่มมากๆ

ผมเคยเขียนการ์ตูนเรื่อง Little Room ด้วยนะ แบบ 4 ช่องจบ+เรื่องสั้นๆ

วันสำคัญบางวันตามประเพณีไทย วัดพระแก้ว สะพานเหล็ก สีชมพู แตงโมไม่มีเม็ด
บลูเบอรี่ โรลเลอร์โคสเตอร์ กาวดักหนู เกมเต้น ลงวินโดว์XP หอพัก ธนาคาร ร้านขายทอง
ร้านกาแฟ ศูนย์นิเวศวิทยา ตีสี่ ตีห้า หกโมง เจ็ดโมง เที่ยง บ่ายสาม เก้าอี้ที่ไม่เคยหมุน มังกร 6 ตัว
เฮลบลูบอยรสสละ เฮลบลูบอยรสสตรอเบอรี่ เป๊บซี่ลาเต้ วิทยานิพนธ์ ไวรัสในมือถือ
เดธโน๊ต สคูลรัมเบิ้ล ทเวนตี้เซ็นจูรี่บอย มอนสเตอร์ คำถามโง่ๆ ไม่เคย มาริโอ้3
กันดั้ม สัตว์ประหลาดจากไอ้มดแดง กบสองตัว ดิจิการัต ผมทรงเทนมะ ไก่แสนอร่อย
หมาน้ำ วิญญาณของยุง ผีบนฝ้า โฟร์มด เกริลลี่เบอรี่ บีม ..........ฯลฯ

วันเวลาที่ผ่านมาเกือบจะสองปีนั้น ความสุขที่เกิดขึ้นมันมากมายจริงๆ
มากมายจนไม่เคยคิดถึงเรื่องที่ไม่ดีที่ผ่านเข้ามาบ้างเลย

แต่วันนี้...
เรื่องบางเรื่องก็ผ่านเข้ามาอีกครั้ง
จากผู้ชายสีฟ้า ที่วิ่งไปหาผู้หญิงสีชมพูอยู่ตามธรรมดา
กลายเป็นว่าเขาหยุดวิ่ง และสร้างความสงสัยให้แก่ผู้หญิงสีชมพู
สถานภาพของผมจาก"คนที่รัก" ได้ลดตัวเองลงมาเป็น "พี่ชาย"โดยอัตโนมัติ
เชือกข้อมือ สมบัติล้ำค่าของผม ถูกผม ตัดใจ คืนให้เธอไป
นั่นเป็นเครื่องหมายอย่างหนึ่งที่แสดงถึง "ความรัก" ที่ไม่ใช่แบบพี่น้อง...ของผม
ทุกอย่างในหัวผมมันสับสน ผมพยายามข่มใจไม่ให้คิดมาก
เพื่อที่จะช่วยให้งานของเธอตรงหน้าเสร็จสิ้นไปก่อน
และไม่ให้คิดมาก หรือทำอะไรที่รบกวนเธอขณะที่เธออดนอนอยู่แบบนั้น
และเพียงไม่นาน ใจผมก็เริ่มนิ่ง ความคิดต่างๆเริ่มเข้ารูปเข้ารอย

ผมคิดว่าผมควรจะอยู่ห่างจากเธอออกมาสักหน่อย ออกมาตรงที่เธอเคยต้องการ
ตรงที่เธอเคยต้องการแต่ผมกลับฝืนมัน
ผมกลับมาเป็นพี่ชาย.....
แม้กระทั่งพฤติกรรมก็กลายเป็นพี่ชายด้วย
พี่ชายที่จะไม่ถาม ว่าให้ช่วยอะไรไหม แม้กับน้องแท้ๆของตัวเอง
พี่ชายที่จะคอยดูห่างๆ ไม่ว่าจะเป็น น้องปลา หรือไอ้นัท
พี่ชายที่จะไม่ยุ่งกับเรื่องต่างๆของน้อง ถ้าไม่ยื่นเข้ามาให้ดู
นั่นมันคือแนวทางของผม ในการเป็นพี่ชาย เพื่อให้น้องๆ ยืนได้ด้วยตัวเอง

แต่แปลก บางครั้งที่ผมคุยกับเธอเมื่อเจอกัน
ผมรู้สึกมีความสุขมากกว่าตอนที่ผมเป็นพี่ชาย ซะอีก
ผมรู้สึกได้ว่า มันเป็นความรู้สึกจริงๆ ที่เกิดขึ้นในตัวผม
ผมยังเลิกรักเธอไม่ได้จริงๆละสินะ....

"ผู้ชายสีฟ้า และผู้หญิงสีชมพูมองตากัน ไม่มีใครพูดอะไร
ต่างคนต่างคิดถึงความคิดของอีกฝ่าย แม้ไม่รู้ว่ามันจะถูกหรือไม่"
เธอคงโกรธที่ผมทำอะไรลงไปแบบนั้น ซึ่งมันดูผิด และควรจะขอโทษ
ตัวผมคิดว่า บางเรื่องผมนั้นผิดอีกแล้ว
แต่กับอีกเรื่อง มันเป็นแนวทางของผม ผมก็ทำแบบนี้มานาน มันไม่น่าผิดนะ
ความคิดของคนสองคนไม่ตรงกัน... เรื่องมันจึงบานปลาย
บทต่อไปจึงกลายเป็นว่า "ผู้หญิงสีชมพู กับผู้ชายสีฟ้า กลับไปเดินตามทางของตัวเอง"

อย่างที่บอกไว้ตอนต้น ตอนนี้สถานะผมไม่ได้เป็น "พี่ชาย" แล้ว
และไม่รู้ว่ามันจะดำเนินไปในทิศทางใด
แต่ตอนนี้ ผมคงไม่ได้เป็นคนดีเหมือนอย่างที่เธอมีอยู่ข้างๆกาย
ถ้าให้เธออยู่กับคนนั้นก็คงจะทำให้เธอพอใจได้ละนะ
ส่วนตัวผมเอง ที่รู้สึกอยู่ตอนนี้......ก็คงจะบอกได้ว่า

"ผมก็ยังรักเธออยู่เหมือนเดิม" แค่นั้นแหละครับ

มีคนขอให้เลิกซะทีครับ
ดังนั้นก็เลิกตามที่ขอแล้วนะครับ



Tongy Tongy15
View full profile