2010/Oct/14

 นิยายรัก จอยค่า ปลาดิบ บทนำ

 นิยายรัก จอยค่า ปลาดิบ บทแรก

 นิยายรัก จอยค่า ปลาดิบ บทที่สอง

 นิยายรัก จอยค่า ปลาดิบ บทที่สาม

 นิยายรัก จอยค่า ปลาดิบ บทที่สี่

 

นิยายรัก จอยค่า ปลาดิบ บทที่สุดท้าย

"พิซซ่าไงล่ะ!!" จอยค่าเอ่ยขึ้นมาลอยๆ แต่ก็ดังพอที่จะได้ยินไปทั่วโต๊ะแข่งขัน

ทั้งแอชชี่ ต้องจี้ และกัซ ต่างก็ทำสีหน้าแปลกใจ

เพราะคำที่เธอเอ่ยมานั้น ยังไงมันก็ไม่น่าเกี่ยวกับการกินชาบูนี่ได้

 

"กรรมการคะ?" จอยค่าหันไปเรียกกรรมการสาวข้างโต๊ะ

เธอหันมาทางจอยค่าโดยไม่ได้พูดอะไรกลับไป

 

"เดี๋ยวฉันจะกินกุ้งพร้อมกับจานถัดไปน่ะ คงไม่ผิดกติกาใช่ไหม?"

กรรมการสาวหยุดนิ่งคิดหาคำตอบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับจอยค่าไป

 

"ได้ค่ะ ยังถือว่าสามารถทานได้หมดภายในรอบๆนั้น

แต่หากว่าเลยจนมาถึงรอบถัดไปแล้วถือว่าแพ้ค่ะ"

 

จอยค่าได้ยินดังนั้นก็ยิ้มที่มุมปาก ท่าทางเธอเหมือนมีความมั่นใจมากขึ้น

และเธอก็สั่งเมนูของเธอทันที

 

"กิมจิ!!"

 

จานกิมจิถูกวางลงบนโต๊ะของทั้งคู่ จอยค่าหั่นกุ้งเป็นชิ้นเล็ก

แล้วกินไปพร้อมกับกิมจิแบบสบายๆไม่สนใจใคร ทั้งที่ทั้งโต๊ะยังคงงงกับเธออยู่ว่า

ไอ้ "พิซซ่า" อะไรนั่นมันเกี่ยวอะไรกับกิมจิ หรือมันเกี่ยวอะไรกับกุ้ง

หรือมันจะไม่เกี่ยวกันเลยนะ?

 

ต้องจี้ที่ดูท่าทีของจอยค่าอยู่ ก็เริ่มจะกินตามจอยค่าไปบ้าง

และยังรู้สึกสงสัยที่จอยค่ากินกุ้งลงไปได้หน้าตาเฉย ไม่มีอาการหรือสีหน้า

ที่บ่งบอกว่าขยะแขยงเลยสักนิด

 

"จอย!! มะ.. ไม่เป็นไรแล้วเหรอ ไอ้กุ้งเนี่ย?" แอชชี่ถามจอยค่าขึ้นมา

แม้แต่คนสนิทอย่างเขาก็เดาไม่ถูกเหมือนกันว่าจอยค่าเล่นไม้ไหนกันแน่ในรอบนี้

"หือ ก็ ไม่เป็นไรแล้วนะ ใช้ได้จริงๆ พิซซ่าเนี่ย เยี่ยมมากเลยแอชชี่"

จอยค่าตอบกลับไปคล้ายจะชมแอชชี่ที่ทำให้เธอนึกอะไรออก ท่าทางเธอดูเหมือนจะเป็นปกติแล้ว

"เอ่อ.. แล้ว.. มันยังไงล่ะไอ้ "พิซซ่า" ของเธอเนี่ย?" แอชชี่ถามย้ำตรงๆ

"อ๋อ นั่นน่ะเหรอ.. อืม.."

จอยค่านิ่งไปนิดนึง

"ก็ตอนกินพิซซ่า ชั้นไม่เคยได้รสของไก่ แฮม หรือหมูแบบชัดๆสักทีนิ"

 

คำตอบที่ได้ทำให้แอชชี่ถึงกับอึ้ง ไอ้พิซซ่าที่ว่านี่หมายความแบบนี้เองหรือเนี่ย

 

"พิซซ่าน่ะ กินๆไปรวมๆกันมันก็อร่อยดีไม่ใช่รึ? เหมือนกับกิมจินี่หละ

กินรวมๆกัน ได้รสกิมจิชัดเจนกว่าเพื่อนเลย" จอยค่าอธิบายเสริม

 

ต้องจี้ที่นั่งฟังอยู่ฝั่งตรงข้ามอยู่เงียบๆ เริ่มเปลี่ยนสีหน้าไปจากเดิม

ตอนนี้สีหน้าของเขากลายเป็นเริ่มเซ็งนิดๆแล้ว

"ใช้กุ้งคงไม่ได้แล้วสินะ อีกอย่างผมก็ไม่อยากจะกินกุ้งสลับกิมจิไปเรื่อยๆด้วยสิ

อืม...ผมขอเนื้อสไลด์"

ต้องจี้สั่งอาหารในรอบของเขาออกมาแล้ว ลูกไม้แก้ทางของจอยค่าท่าทางจะได้ผลเป็นอย่างยิ่ง

เนื้อสไลด์ถูกวางลงโต๊ะ ต่างคนต่างนำเนื้อลงไปต้มจนสุกได้ที่ แล้วจึงใช้กระชอนยกมาพักไว้ที่จานของตนเอง

จอยค่ายกตะเกียบ เพื่อจะคีบเนื้อของเธอในจาน แต่เธอก็รู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง

อะไรวูบหนึ่งที่กำลังวิ่งเข้าหาจานของเธอ

 

"แกร๊ก!!!"

เสียงตะเกียบไม้กระทบกัน ภาพที่เห็นตอนนี้คือจอยค่าที่ยกตะเกียบขึ้นมาขัดกับตะเกียบอีกคู่หนึ่ง

ตะเกียบของต้องจี้นั่นเอง จุดปะทะตรงนั้นอยู่เหนือจานของเธอเพียงไม่กี่เซ็นติเมตรเท่านั้น

ผู้ชมรวมทั้งผู้ช่วยของทั้งสองคนตะลึงด้วยเสียงและภาพที่เกิดขึ้น ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมา

ด้วยทุกคนกำลังจับต้นชนปลายไม่ถูกกับสภาพของทั้งคู่

 

"นี่..นายจะทำอะไรน่ะ?" จอยค่าถามกลับไปยังต้องจี้ แต่ทว่าต้องจี้กลับตอบไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"ก็..ไม่อะไรนี่ ก็ทำเหมือนที่เคยทำทุกรอบ โจมตีคู่แข่งไง"

"โจมตี?! นี่มันการแข่งกินอาหารไม่ใช่หรือไง!?" จอยค่าเริ่มฉุน เธอไม่ค่อยชอบให้

ใครมาขัดจังหวะเธอตอนกินสักเท่าไหร่ ยิ่งเป็นตอนนี้ที่แข่งขันกันอยู่ยิ่งแปลกกับการกระทำของต้องจี้

"ก็แค่ไม่อยากกินของที่คนอื่นสั่งน่ะ รีบๆทำให้เกมจบแล้วหยิบของที่ชอบกินเองดีกว่า"

คราวนี้ต้องจี้ตอบพร้อมยิ้มเล็กๆ แล้วพูดต่อ

"แต่จริงๆแล้ว ผมอยากประลองกับคุณมากกว่าน่ะนะ ตะเกียบวายุ"

 

จอยค่าชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนที่เธอจะปัดตะเกียบของต้องจี้กลับไป แล้วพูดด้วยหน้าที่ดูตื่นตะลึงไม่น้อย

"นาย.. รู้จักชื่อนั้นได้ไง ระ...หรือว่า...?"

ต้องจี้ใช้นิ้วขยับแว่นเล็กน้อย

"ใช่แล้ว ผมก็เป็นผู้ใช้วิชาตะเกียบเหมือนกัน" ต้องจี้พูดพร้อมยกมือขวาที่จับตะเกียบขึ้นมาช้าๆ

เขายิ้มหวานให้จอยค่า

"รับมือนะจ๊ะ"

มือขวาของต้องจี้พุ่งเข้าหาจอยค่าอย่างรวดเร็วทันที เร็วกว่าการโจมตีเมื่อครู่นี้มาก

เรียกได้ว่าคนรอบๆโต๊ะนี้ไม่สามารถจะมองทันได้เลย

"แกร๊ก!!"

แต่ก็ไม่ใช่กับจอยค่า เธอใช้ตะเกียบและมือที่รวดเร็วกว่าปัดตะเกียบออกไปอีกครั้ง

แต่ทว่าไม่ทันถึงเสี้ยววินาที ต้องจี้ก็ขยับตะเกียบเข้าไปโจมตีอีกครั้ง

"แกร๊ก!!"

จอยค่าปัดออกไปเช่นเดิม

"แกร๊ก!! แกร๊ก!!"

"แกร๊ก!! แกร๊ก!! แกร๊ก!! แกร๊ก!!"

"แกร๊ก!! แกร๊ก!! แกร๊ก!! แกร๊ก!! แกร๊ก!! แกร๊ก!! แกร๊ก!! แกร๊ก!! แกร๊ก!! แกร๊ก!!"

 

ทั้งคู่ดวลตะเกียบกันอยู่กลางอากาศ ด้วยความเร็วที่เหนือกว่าคนปกติจะทำได้

ผู้ชมรอบๆถึงกับตื่นตะลึงและมีเสียงฮือฮาเกิดขึ้น ด้วยภาพที่อยู่ตรงหน้าทุกคน

แม้ว่าจะมองไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้นตรงไหน แต่เสียงที่ได้ยินกับภาพของ

การเคลื่อนไหวแขนอย่างรวดเร็วของทั้งคู่ทำให้ทุกคนมองไม่วางตาเลยทีเดียว

 

"ระ..เร็ว!!" แอชชี่กล่าวตามอย่างการ์ตูนดังเช่นนารุโตะหรือบลีช นั่นเพราะเขาคงรู้ดีว่า

ตรงช่วงบู๊นี้เขาคงไม่มีบทไปสักพักละ

 

"เปรี๊ยะ!! แกร๊บ!!" เสียงที่ไม่ใช่เสียงตะเกียบกระทบกันเกิดขึ้น

ทั้งคู่ต่างหยุดนิ่ง ไม่มีอาการหอบเหนื่อย

มือข้างที่ถือตะเกียบยกค้างอยู่ด้านหน้าของแต่ละคน แต่ทว่า

ตะเกียบไม้ที่ใช้ต่อสู้กันจนถึงเมื่อกี้ หักวิ่นไปทั้งคู่แล้ว

 

"อืม ด้านความเร็ว คุณเร็วกว่าผมนะคุณจอย" ต้องจี้กล่าว

"แต่ด้านพลัง จี้เหนือกว่านู๋นะ" จอยค่ากล่าวกลับไปเช่นกัน

ทั้งคู่กล่าวผลการปะทะกันเมื่อครู่ออกมา จอยค่าวางตะเกียบไม้ของเธอ

แล้วหันไปหยิบอะไรบางอย่างในกระเป๋าของเธอออกมา

 

กล่องไม้เล็กๆสีดำถูกวางลงบนโต๊ะ เธอเปิดกล่องออกมา ในนั้นมีตะเกียบสีเทาเข้ม

ตัวตะเกียบมีลายคล้ายตะเกียบไม้ แต่จากวัสดุที่ดูนั้นน่าจะเป็นอย่างอื่นมากกว่า

เธอหยิบตะเกียบคู่นั้นขึ้นมาด้วยมือขวา แล้วใช้ความรวดเร็วตวัดเนื้อในจานของเธอลอยขึ้นมา

เธอขยับแขนไปทางซ้ายและขวาต่ออย่างรวดเร็ว เนื้อที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศเมื่อกี้

กระเด็นซ้าย กระเด็นขวาตามแขนของจอยค่า ราวกับว่าเธอกำลังเดาะชิ้นเนื้อด้วยตะเกียบเช่นนั้น

และสุดท้ายชิ้นเนื้อก็หยุด โดยจอยค่าคีบมันมาไว้ตรงหน้า แล้วคีบเอาเข้าปากไปเฉยๆ

ก่อนจะชำเลืองมองไปที่ตะเกียบ และพูดออกมาเบาๆว่า

"เอาละ ลุยกันเถอะ อนาคิม..."

 

ทางด้านต้องจี้ก็ไม่ได้ตกใจอะไร และเขาก็รู้ด้วยว่าจอยค่าเอาจริงแล้ว

เพราะการหยิบ "ตะเกียบเทวภัณฑ์" ซึ่งเป็นของที่แข็งแกร่งและเหมาะสมกับมือของเจ้าตัวที่สุดมาใช้นั้น

หมายถึงการที่จะต้องใช้ตะเกียบห้ำหั่นกันสุดแรงแน่นอน

ต้องจี้จึงหยิบกล่องไม้ของเขาออกมาบ้าง แต่กล่องไม้ของต้องจี้ดูจะมีขนาดใหญ่กว่าของจอยค่า

เมื่อเขาเปิดมันออกมา ผู้คนที่มองอยู่ก็แสดงอาการสงสัยอีกครั้ง

นั่นเพราะตะเกียบที่อยู่ในนั้น ก็มีลักษณะคล้ายกับของจอยค่า

ดูท่าว่าคงจะทำมาจากวัสดุชนิดเดียวกัน แต่ทว่าสิ่งที่ทุกคนสงสัยนั้น...

 

"นั่น... ตะเกียบสามคู่เหรอ!?!" แอชชี่ที่เห็นกล่าวออกมา

"ตะเกียบสามคู่.. มีด้วยรึ?" จอยค่ากล่าวออกมาด้วยความสงสัยเช่นกัน

"ตกใจหรือครับคุณจอย? หึๆ..ก็นะ ที่สำนักเขาไม่มีสอนกันนี่"

ต้องจี้พูดพร้อมใช้ตะเกียบคีบเนื้อของเขาเข้าปากไป จริงๆแล้วรอบๆโต๊ะประลองนี้

มีคำถามที่ทุกคนสงสัยเต็มไปหมด ตะเกียบวายุ? สำนัก? มือที่รวดเร็ว? รางวัลของการประลอง?

แต่ตอนนี้มันตอนสุดท้ายแล้วนี่นะ ละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจก็แล้วกัน

 

"เอาละ ตาคุณสั่งแล้ว คุณจอย" ต้องจี้กล่าวเชื้อเชิญให้จอยค่าสั่งอาหารต่อ

เพราะตอนนี้เกมหยุดนิ่งไปได้ครู่หนึ่งแล้ว

"อืม ค่ะ งั้นก็ เนื้อสไลด์" จอยค่าสั่งเนื้อสไลด์มา เธอคิดว่าท่าทางเหมือนหลังจากนี้

คงจะไม่ใช่การต่อสู้ด้วยอาหารที่สั่งหรือความจุด้านการกินอีกต่อไปแล้ว เธอจึง

สั่งเนื้อสไลด์ของที่เธอชอบมา ซึ่งดูท่าทางแล้ว ทางนั้นก็ท่าจะชอบอยู่เหมือนกันนี่นะ

 

ทั้งคู่นำเนื้อลงไปต้ม แล้วก็มาวางพักไว้ที่จานของตัวเองเหมือนเคย จอยค่าที่ระวังตัวแจอยู่

เพราะโดนโจมตีเมื่อรอบที่แล้วก็ยังไม่รีบคีบเนื้อของเธอขึ้นมา และความรู้สึกแบบเดิมก็ผ่านเข้ามาอีกครั้ง

"ฟุ่บ!!"

"แกร๊งง!!!"

เสียงตะเกียบของทั้งคู่ที่กระทบกันดังขึ้นอีกครั้ง แต่คราวนี้เปลี่ยนจากเสียงไม้เป็นเสียงดังคล้ายโลหะ

จอยค่าที่รู้ตัวก่อนนั้นได้ใช้ตะเกียบไปขวางตะเกียบของต้องจี้เหมือนเดิม แต่ทว่า ครั้งนี้เธอปัดมันออกไปไม่ได้

"อึ๊ก..! อะไรกัน!"

เธอรู้สึกได้ว่าการโจมตีครั้งนี้รุนแรงกว่าเดิมอย่างมาก และมันยังดันตะเกียบของเธอกลับมาทางเธออีกด้วย

จอยค่าตัดสินใจใช้ปลายตะเกียบครูดกับโต๊ะเพื่อช่วยในการรับมือกับความแรงครั้งนี้ ตะเกียบของเธอ

ถอยครูดกับพื้นโต๊ะไประยะหนึ่งและหยุดนิ่งก่อนถึงจานเนื้อของเธอ

เมื่อต้องจี้เห็นว่าเธอหยุดมันไว้ได้ก็ดึงตะเกียบกลับมาที่จานของเขา

"เมื่อกี้มัน... ตะเกียบอัคคี สินะ?" จอยค่ายิงคำถามไปยังต้องจี้ทันที

"อาฮะ ใช่แล้ว ตะเกียบอัคคี ท่าที่มีพลังโจมตีสูงที่สุดยังไงล่ะ" ต้องจี้ตอบก่อนจะคีบเนื้อของเขาเข้าปากไป

"ชิ.. พวกสายบ้าพลังนี่ไม่ชอบเลย" จอยค่าบ่นเบาๆ ในใจก็คิดหาวิธีต่อกรกับต้องจี้ไปพลาง

เนื่องจากว่าตัวเธอนั้นเป็นสายความเร็ว เธอจึงฝึกวิชาตะเกียบวายุซึ่งเน้นใช้ความเร็วมากกว่าพลัง

แต่หากว่าเธอตกเป็นฝ่ายตั้งรับอยู่เช่นนี้คงไม่ดีแน่

นั่นเพราะเธออ่อนกว่าต้องจี้ในด้านพละกำลังอย่างเห็นได้ชัด ไม่สามารถรับมือได้ตรงๆต่อเนื่องไปเรื่อยๆแน่นอน

 

"ผมขอ เนื้อสไลด์ เหมือนเดิมครับ" ต้องจี้สั่งเมนูของเขา

เช่นเดิมที่ทั้งคู่นำเนื้อลงไปต้ม แล้วก็นำเนื้อมาพักไว้ที่จาน จังหวะนั้นเองที่จอยค่าเล็งไว้

'ชั้นก็ไม่ยอมนายหรอกน่า ยังไงความเร็วชั้นก็เหนือกว่า!!' จอยค่ารีบพุ่งตะเกียบไปยังจานของต้องจี้ทันที

"ฟุ่บ!"

"แกร๊งงง!!!"

เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นอีกครั้ง จอยค่ามองไปยังสิ่งที่ตะเกียบของเธอกระทบอยู่

"กำแพง?" เธอพูดออกมาด้วยความประหลาดใจ

"ใช่ กำแพง" ต้องจี้ตอบเธอกลับไป และก็คีบเนื้อในจานของเขาเข้าปากไป

กำแพง ที่จอยค่าและต้องจี้พูดถึงก็คือ ตะเกียบอีกสองคู่ที่อยู่ในมือซ้ายของต้องจี้นั่นเอง

เขาใช้ตะเกียบคีบไว้ระหว่างนิ้วทั้งห้า แล้วตั้งตระหง่านอยู่หน้าจานของเขา

ระยะห่างของตะเกียบนั้นเล็ก แถมยังบังทางด้านหน้าจานได้หมด มันจึงดูเหมือนกำแพงขนาดย่อมเลยทีเดียว

"คุณไม่มีทางเจาะกำแพงของ 'ตะเกียบภูผา' นี้ได้หรอก คุณจอย...

นอกเสียจากว่าคุณจะใช้ 'ตะเกียบอัคคี' ที่รุนแรงกว่าผมเท่านั้นหละ"

ต้องจี้พูดข่มทับจอยค่า เขาเตรียมแผนทั้งรุกและรับเพื่อใช้กับคู่ต่อสู้กับเธอมาเรียบร้อยแล้ว

ส่วนจอยค่าก็รู้ดีด้วยพละกำลังว่าเธอไม่สามารถทำลายกำแพงนี้ได้แน่ ถึงเธอจะใช้ ตะเกียบอัคคีได้ก็ตามที

สถานการณ์ของเธอตอนนี้ก็คือเธอต้องเป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียว และสู้จนกว่าจะมีใครข้างหนึ่งกินไม่ไหวไปก่อน

 

"รู้สึกพวกเราจะไม่มีบทเลยนะ กัซคุง" แอชชี่พูดกับกัซ

"อืม นั่นสินะ ก็พวกเราไม่มีวิทยายุทธนี่" กัซก็พูดกับแอชชี่

แล้วทั้งคู่ก็กินกันอย่างเงียบๆต่อไป

 

"กึ้ง!!" เสียงตะเกียบกระแทกพื้นโต๊ะจนเกิดเสียงดังไปทั่ว

"ไม่ได้กินชั้นหรอก!!" จอยค่าโต้ตอบกลับไปด้วยเสียงดัง เธอขยับจานเนื้อสไลด์ของเธอหนีการโจมตีของต้องจี้

ด้วยความเร็วของตะเกียบวายุของเธอ และทิศทางโจมตีที่เป็นเส้นตรงของตะเกียบอัคคี

ทำให้เธอสามารถเดาทิศทางการโจมตีได้ไม่ยาก

"ก็อย่าพลาดแล้วกันนะ" ต้องจี้พูดแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ ตอนนี้ฝ่ายที่โจมตีเป็นฝ่ายของต้องจี้ฝ่ายเดียว

เนื่องด้วยจอยค่านั้นไม่สามารถโจมตีอะไรให้เป็นผลได้ การหลบหลีกจึงเป็นหนทางเดียวของเธอ

 

เมนูรอบต่อไปซึ่งเป็นเนื้อสไลด์ที่จอยค่าสั่งถูกต้มและนำมาวางพักไว้บนจานเช่นเคย

แน่นอน ตะเกียบของต้องจี้พุ่งเข้ามาหาจานของจอยค่าอีกครั้ง

"ฟุ่บ!"

"แกร๊งง!!"

ตะเกียบของทั้งคู่หยุดนิ่งอยู่กึ่งกลางของทั้งคู่ แต่เมื่อจอยค่ามองที่ตะเกียบของเธอนั้นก็ถึงกับตกใจ

"นี่มัน!!.." จอยค่าอุทาน

"บอกแล้วไงครับ ว่าอย่าพลาด..." ต้องจี้กล่าวกลับ

ตะเกียบที่กระทบกันนั้น เป็นตะเกียบของจอยค่า กับตะเกียบอีก 2 คู่ ที่อยู่ในมือซ้ายของต้องจี้

ต้องจี้ไม่รอช้า ปล่อยมือข้างขวาออกไปหาจานของจอยค่าในทันที

'ไม่ทันแน่!! ดึงตะเกียบกลับไม่ทันแน่!!' จอยค่าคิดในใจ พลันหาทางแก้ปัญหาเฉพาะหน้าไปพลาง

 

"กร๊อบ!!"

"อ๊า!!" เสียงจอยค่าร้องดังขึ้น เธอใช้มือซ้ายของเธอเลื่อนจานให้พ้นจุดโจมตีของตะเกียบอัคคี

แต่ทว่ามือของเธอนั้นกลับโดนโจมตีเข้าไปแทน

"จอย!!" แอชชี่เรียกจอยค่าด้วยความตกใจ เนื่องจากเสียงที่ได้ยินนั้นดังจนน่าตกใจ

ต้องจี้ชักมือกลับเข้าหาตัวเหมือนทุกครั้ง จอยค่าก็สะบัดตะเกียบของเธอกลับมาที่ตัว

พร้อมทั้งอาการเจ็บปวดมือหนักเอาการทีเดียว

"ฟุ่บ!!"

จอยค่ารู้สึกได้อีกครั้งถึงสิ่งที่พุ่งเข้าหาจานของเธอ

'โจมตีต่ออีกครั้งเหรอ!!' จอยค่าฉุกคิด รอบนี้ต้องจี้คงไม่ปล่อยเธอไว้แล้วสินะ

"ปิดบัญชีกันเถอะ!!!" ต้องจี้ตะโกนพร้อมกับตะเกียบที่พุ่งเข้ามาหาจอยค่าอย่างรวดเร็ว

'ไม่ไหว..!!' จอยค่ารู้ดีถึงสถานภาพตอนนี้ ความเจ็บจากมือซ้ายทำให้แรงของเธอตกไปเยอะ

ไม่มีทางหยุดยั้งตะเกียบอัคคีของต้องจี้ได้แน่

 

"แกร๊ง!!"

เสียงตะเกียบของต้องจี้กระทบจานของจอยค่าเสียงดังไปทั่ว แต่ไม่มีวี่แววเนื้อของจอยค่า

ต้องจี้มองตามแขนขวาของจอยค่าที่ชี้ขึ้นไปข้างบน

เนื้อสไลด์ล่องลอยสูงอยู่กลางอากาศด้วยแรงเหวี่ยงจากตะเกียบของเธอ

"ขอล่ะนะ!!"ต้องจี้มองเนื้อไม่วางตาพร้อมกับกระโดดตามขึ้นไปทันที

ทางด้านจอยค่ากลับชะงักไปแล้วจึงกระโดดตามต้องจี้ขึ้นไปอีกคน

 

"ย้ากกก!!"

"อิย้าาา!!"

 

ทุกอย่างหยุดนิ่ง ทั้งคนดู ผู้ช่วย กรรมการ และผู้แข่งขันทั้งคู่ที่ลงถึงพื้นพร้อมกัน

ยกเว้นสิ่งหนึ่งที่ยังล่องลอยลงมา ห่างจากโต๊ะไปไกล

"ตุ่บ"

เนื้อสไลด์ของจอยค่านั่นเอง ต้องจี้ที่กระโดดขึ้นไปถึงก่อนนั้นปัดมันลงพื้น

จอยค่าที่กระโดดตามขึ้นไปทีหลังนั้นช้าไปเพียงเสี้ยววินาที

 

ต้องจี้หัวเราะในลำคอ ก่อนจะหันกลับมายังจอยค่าที่ยืนนิ่งอยู่

"หึๆ ผมชนะแล้วนะ คุณจอย นอกเสียจากว่าคุณจะไปเก็บเนื้อบนพื้นนั่นมากินน่ะ ฮ่าๆๆๆ"

จอยค่านิ่งอยู่ในท่าเดิม ไม่มีท่าทีตอบกลับคำพูดนั้นแต่อย่างใด

"จะ...จอย.." แอชชี่เรียกชื่อจอยค่าอีกครั้ง เขาเป็นห่วงเนื่องจากจอยค่าไม่เคยแพ้ใครมาก่อน

ดังนั้นจึงไม่รู้ว่าตอนนี้จอยค่าอยู่ในอาการใด

"อืม.." จอยค่าส่งเสียงขึ้นมา เธอเงยหน้า เผยให้เห็นสีหน้าปกติ ไม่มีวี่แววเสียใจ หรือโกรธแค้นใดๆ

และเธอก็หันกลับไปทางต้องจี้บ้าง

"จี้..."

เธอเรียกชื่อ ต้องจี้ทำหน้าสงสัยถึงอาการอันเป็นปกติเกินไปของจอยค่า

"เนื้อสไลด์จี้นี่ เปื่อยดีนะ อร่อยดี.."

 

ต้องจี้ที่ได้ยินก็ตาเบิกโพลง แล้วหันกลับไปยังจานของเขาเองทันที

สิ่งที่พบคือ จานของเขาว่างเปล่า ทั้งๆที่เขายังไม่ทันได้กินเนื้อสไลด์ของเขาด้วยซ้ำ

"นะ.. นี่เธอ... ตอนไหนกัน?!" ต้องจี้หันกลับมาถามจอยค่าแทบไม่เป็นประโยค

จอยค่ายิ้มให้ พร้อมตอบกลับต้องจี้ไป

"ก่อนกระโดดน่ะ เห็นมันนอนนิ่งอยู่พอดีเลยจัดการซะก่อน แหะๆ"

เธอพูดพร้อมยิ้มแห้งๆ เอานิ้วชี้เขี่ยแก้มตัวเองแก้เขินไปพลาง

"ชิ!!" ต้องจี้ทำหน้าไม่สบอารมณ์กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ซึ่งสถานการณ์นั้นพลิกกลับกลายเป็นว่าเขาแพ้ไปเสียได้

"ไว้คราวหน้า ผมจะมาเอาคืน" ต้องจี้พูดกับจอยค่า พร้อมเดินออกจากร้านไปอย่างฉุนเฉียว

จอยค่ามองตามไปด้วยสีหน้านิ่งๆ พร้อมเกาหัวแกรกๆสองที

"แล้วเจ้าตัวเขาฝากอะไรไว้ล่ะนี่?"

 

---------------------------------------------------

วันรุ่งขึ้น ที่บ้านของจอยค่า แอชชี่มาหมกตัวตามสบายอยู่ที่บ้านของจอยค่าอีกครั้ง

"มือเป็นไงบ้างเจ๊" แอชชี่ถามอาการที่มือของจอยค่า ซึ่งเขาคิดว่ามันคงจะสาหัสพอดู

"อืม ก็ยังปวดๆอยู่นะ น่าจะอักเสบนิดหน่อยน่ะ" จอยค่าตอบพร้อมยกมือที่พันผ้าไว้แน่นหนา

"เฮ้อ ยังไงก็อย่าขยับมากละกัน พักมือบ้าง ดีนะเนี่ยที่เป็นมือซ้าย" แอชชี่วางถุงเซเว่นไว้บนโต๊ะ

แล้วนั่งลงตรงโซฟาที่ประจำที่เดิม

"ว่าแต่แอชชี่ ฉันสงสัยอยู่อย่างนึงหล่ะ" จอยค่าพูดพร้อมเอามือขวาควานหาของกินในถุง

"อะไรรึ?" แอชชี่ตอบกลับ

"ก็ไอ้นิยายเรื่องนี้น่ะสิ เขียนจั่วหัวไว้ว่า นิยายรัก จอยค่า ปลาดิบ แท้ๆ

แต่ที่ดูมันไม่เห็นจะมีเรื่องรักตรงไหนเลยนี่"

แอชชี่สะดุ้งนิดๆ แต่ก็ตอบกลับไปด้วยท่าทีปกติ

"เหรอ?.. อืม... คงไม่มีอะไรมั้ง..."

จอยค่าที่หาของกินได้แล้ว ก็พูดต่อจากเดิมอีกรอบ

"นี่ก็สู้จบแล้ว คนเก่งกว่านี้คงไม่มีแล้ว ตัวละครก็หมดบท จนเหลือแค่ชั้นกับนายเนี่ย...."

จอยค่าฉุกคิดชั่วขณะ

"เอ๋... อย่าบอกนะว่า... นาย..."

แอชชี่หันไปมองจอยค่าช้าๆ แล้วพูดกับจอยค่าด้วยน้ำเสียงนุ่มลึก

 

"จอย ชั้นรักแกว่ะ.."

END.

Comment

Comment:

Tweet


อิย้าาาา open-mounthed smile
#3 by KaTTo-+tOdA At 2010-10-14 21:17,
คุโรมาตี้ชัดๆ
#2 by ทศ21 At 2010-10-14 08:28,
ตัดจบชัดๆ -3-"

ปล1. อาทิตย์นี้ไปกินหมูทะ แต่คงไม่มีศึกแย่งเนื้อกับลูกศิษย์
ปล2. ภาพสุดท้ายนั่นเหมือนมีปริศนาแฝงเร้น
#1 by joyka At 2010-10-14 07:27,

Tongy Tongy15
View full profile